วิธีแก้ปัญหาData Execution Prevention – Microsoft Windows To help your computer Windows has closed this program
มีใครเคยเจอปัญหาตอนจะปิดเครื่อง แล้ววินโดวส์ฟ้องข้อความ ดังนี้
Data Execution Prevention – Microsoft Windows
To help protect your computer, Windows has closed this program.
Name: Windows Explorer
Publisher: Microsoft CorporationClose Message
บ้างไหมครับ? ตัวอย่างข้อความดังรูป

มันเกิดขึ้นได้ยังไง? แล้วเกิดจากอะไร? วันนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังครับ
Data Execution Prevention(DEP) คืออะไร
Data Execution Prevention เรียกย่อๆว่า DEP เป็นฟังก์ชั่นพิเศษของไม่โครซอร์ฟวินโดวส์(ซึ่งเริ่มถูกเพิ่มเข้ามาตั้งแต่ windows xp service pack 2 ขึ้นไป) ซึ่งมีไว้ช่วยในการป้องกันความเสียหายระบบไฟล์ service บริการต่างๆของวินโดวส์ อันอาจจะเกิดจากการรันทำงานของไวรัส สปายแวร์ มัลแวร์หรือโทรจัน โดยอาจจะถูกโจมตีมาจากโค้ดไวรัส สปายแวร์ที่ถูกฝังอยู่ในหน่วยความจำ
วิธี Enable เปิดการทำงานของ DEP เพื่อป้องกันทุกโปรแกรมและทุก services สามารถทำได้ดังนี้
1. ไปที่ Start > Settings > Control Panel
2. จากนั้นดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน System หรือใช้คีย์ลัดโดยการกดปุ่ม Windows + Pause ทีคีย์บอร์ด
3. เมื่อหน้าต่าง System Properties เปิดขึ้นมา ให้กดเลือกที่แท๊บ Advanced ดังรูป

4. จากนั้นให้กดปุ่ม Settings ที่อยู่ในส่วนของ Performance จะมีหน้าจอ Performance Options ปรากฏขึ้นมา ให้กดเลือกที่แท๊บ Data Execution Prevention แล้วคลิกที่ออปชั่น Turn on DEP for all programs and services except for those I select ดังรูป

5. จากนั้นให้กดปุ่ม Apply > OK แล้วก็รีสตาร์ทเครื่อง 1 ครั้ง
6. แต่ถ้าต้องการยกเว้นบางโปรแกรม หรือโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่ง ที่ไม่ต้องการให้ DEP ป้องกันการโจมตีจากไวรัส สปายแวร์ สามารถคลิกปุ่ม Add เพื่อเพิ่มโปรแกรมที่ต้องการยกเว้นได้ เช่นกันครับ
7. หรือถ้าต้องการให้ป้องกันเฉพาะโปรแกรมและบริการของวินโดวส์ ให้เลือกออปชั่น Turn on DEP for essential Windows programs and services only ซึ่ง Default ค่าเริ่มต้น จะเลือกที่ออปชั่นนี้ไว้อยู่ครับ
วิธี Disable ปิดการทำงานของ DEP เพื่อแก้ปัญหา Data Execution Prevention – Microsoft Windows To help your computer Windows has closed this program สามารถทำได้ดังนี้
1. ไปที่ Start > Settings > Control Panel
2. จากนั้นดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน System หรือใช้คีย์ลัดโดยการกดปุ่ม Windows + Pause ทีคีย์บอร์ด
3. เมื่อหน้าต่าง System Properties เปิดขึ้นมา ให้กดเลือกที่แท๊บ Advanced ดังรูป

4. จากนั้นให้กดที่ปุ่ม Settings ที่อยู่ในส่วน Startup and Recovery จากนั้นจะปรากฏหน้าจอ Startup and Recovery ดังรูป

5. จากนั้นให้คลิกที่ปุ่ม Edit จะปรากฏหน้าจอเพื่อแก้ไขไฟล์ boot.ini
6. ให้เพิ่มคำสั่ง ” /noexecute=AlwaysOff” (ไม่ต้องมีเครื่องหมาย ” ” ) ต่อท้ายmulti(0)disk(0)rdisk(0)partition(1)\WINDOWS=”Microsoft Windows XP Professional”
7. แต่ถ้ามีคำสั่ง /noexecute อยู่แล้ว แต่คำสั่งที่อยู่หลังเครื่องหมาย = ไม่ใช่ AlwaysOff (ซึ่งอาจจะเป็น OptIn, OptOut อยู่) เช่นดังรูป

ให้เปลี่ยนเป็น “ /noexecute=alwaysoff” (ไม่ต้องมีเครื่องหมาย ” ” ) ดังรูป

8. จากนั้นที่หน้า edit boo.ini – notepad ให้คลิกเมนู File > เลือก Save
9. จากนั้นให้คลิกปุ่ม OK ที่หน้า Startup and Recovery และ OK ที่หน้า System Properties แล้วรีสตาร์ทเครื่อง 1 ครั้ง เป็นอันเรียบร้อยครับ
ลองนำวิธีนี้ไปใช้ดูนะครับ ติดปัญหาหรือสงสัยประการใด โพสต์สอบถามได้ครับ :)
Popularity: 11% [?]
Similar Posts
- 9 วิธีเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการทำงานให้กับวินโดวส์ 7
- ตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ให้รีสตาร์ท เมื่อเกิด Blue Screen of Death(จอฟ้ามรณะ)
- 10 ทิป เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ Windows XP (ที่คุณไม่ควรพลาด) !!!
- How to: เพิ่มเมนู Safe Mode ใน Boot Loader ของ Windows XP
- ขั้นตอนวิธีติดตั้ง Internet Information Services(IIS) บน Windows 7
Print This Post
This entry was posted on Wednesday, October 28th, 2009 at 11:46 pm and is filed under windows xp tips & tricks. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.



เก็บเข้า Bookmark!

admin November 24th, 2009 at 5:19 pm
คุณอุกฤษฏ์ ลองสแกนไวรัส สปายแวร์ดูหรือยังครับ แนะนำ ComboFix – โปรแกรมฟรีกำจัดไวรัส สปายแวร์ มัลแวร์ เข้าใจว่าวินโดวส์พยามยามจะรันคำสั่งที่อาจจะเป็นไวรัส สปายแวร์ก็ได้ หรือยังไงลองใช้โปรแกรม HijackThis เช็คดู log แล้วเอามาโพสต์ในนี้ก็ได้ครับ จะเช็คให้อีกทีว่าเครื่องมีไวรัส สปายแวร์ หรือโทรจันแฝงอยู่หรือไม่ adminอ้างถึง(Quote)